ประเทศจีนเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจปลดล็อคมาตรการควบคุมโรคหลังรับมือเชื้อไวรัส covid-19 ได้แล้ว

ประเทศจีน นั้นเป็นประเทศแรกที่เกิด การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ขึ้นมาจนทำให้คนทั่วโลกนั้นต้องอยู่ในการควบคุมและมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสกระจายไปมากกว่านี้ ในช่วงแรกของการแพร่ระบาดนั้นประเทศจีนมีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ทางการได้ออกมาตรการต่างๆ มาเพื่อ ควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ รวมไปถึงการจัดการอย่างเร่งด่วนไม่ว่าจะเป็นการรับมือจากแพทย์หรือการออกนโยบายต่างๆ มาเพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางด้านสาธารณสุข ทำให้ประเทศจีนเป็นประเทศแรกๆ ที่สามารถ รับมือกับเชื้อไวรัส covid-19 ได้อย่างอยู่หมัด หลังจากที่ผ่านการแพร่ระบาดมาแล้วร่วม 8 เดือนตอนนี้ประเทศจีนได้เริ่มปลดล็อคและคลายมาตรการต่างๆ ที่เอาไว้ใช้ป้องกันการแพร่ระบาด  เดือนตอนนี้ประเทศจีนได้เริ่มปลดล็อคและคลายมาตรการต่างๆ ที่เอาไว้ใช้ป้องกันการแพร่ระบาด เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่การซื้อขายชะลอตัวลงตั้งแต่การแพร่ระบาดเนื่องจากทุกคนจะต้องกักตัวอยู่แต่บ้าน ไม่สามารถออกไปทำงานหรือจับจ่ายใช้สอยได้ตามปกติตามมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ประชาชนชาวจีนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้งด้วยความสบายใจในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นตามเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่งที่เป็นเมืองหลวง หรือแม้แต่เซี่ยงไฮ้ รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ การที่ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้งจะทำให้เศรษฐกิจดียิ่งขึ้น เนื่องจากผู้คนได้ออกมาจับจ่ายใช้สอยและกลับมาทำงานตามปกติทำให้มีรายได้ดังเดิม

นั่นก็เป็นเพราะว่า มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดที่เข้มแข็ง และจริงจังรวมไปถึงมีการจัดลำดับความสำคัญได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ประเทศจีนสามารถก้าวพ้น วิกฤตการแพร่ระบาดของโรค ร้ายในครั้งนี้ไปได้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทั่วโลกในตอนนี้ยังคงปั่นป่วนจัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้อยู่ ยอดผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นการที่จีนกลับมามุ่งเน้นเศรษฐกิจอีกครั้งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกก็เป็นได้ และไม่แน่ว่าการที่จีนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติดังเดิมนั้นจะเป็นการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาหรือไม่เนื่องจากเชื้อไวรัสก็มาจากประเทศจีนเอง ทำให้มีข่าวออกมามากมายไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวเทศกาลหนังปักกิ่งที่มีคนเข้าร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก หรือการที่ปักกิ่งนั้นไม่บังคับให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอีกต่อไปเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดดีขึ้น หรือจะเป็นสวนน้ำและตลาดกลางคืนขนาดใหญ่ของ อู่ฮั่น ที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง อย่างไรก็ตามตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนออกมาเพื่อระงับโรคดังกล่าวนี้เราก็ควรที่จะดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวังต่อไปเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดรอบ 2

ไขข้อข้องใจจาก อาการเจ็บบริเวณเต้านมของผู้หญิง

ทรวงอกหรือเต้านมนั้น เป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงเรา อาการเจ็บบริเวณเต้านมนั้น คุณผู้หญิงหลายคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการเริ่มต้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนก็เป็นได้ แต่สาเหตุที่แท้จริงแล้วอาจจะมีมากกว่านั้น อย่างไรก็ตาม อาการเจ็บบริเวณเต้านม นั้น ยังไม่สามารถระบุสาเหตุแน่ชัดได้ว่าเพราะอะไรถึงมีอาการเช่นนั้น ทั่วไปอาการเหล่านี้จะพบอยู่บ่อยครั้ง จนคุณคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แตกต่างกันเพียงแค่ความรุนแรงของอาการปวดเท่านั้น และผู้หญิง 2 ใน 3 มักจะเคยมีอาการเจ็บบริเวณเต้านมไม่มากก็น้อย ดังนั้น เราจะมาไขข้อข้องใจ ว่าเพราะเหตุใดคุณถึงมีอาการเหล่านี้

  1. อาการเจ็บปวดบริเวณเต้านม ที่สัมพันธ์กับประจำเดือน

ส่วนใหญ่จะเป็น อาการคัดบริเวณเต้านม ซึ่งเกิดในกลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นจนถึงวัยกลางคน เพราะส่วนใหญ่จะเกิดในกลุ่มวัยเจริญพันธุ์ โดยอาการจะมีก่อนมีประจำเดือนประมาณ 4-5 วัน และจะหายไปเองหลังหมดประจำเดือน ลักษณะอาการจะปวดคัดตึง อาจเกิดขึ้นได้กับเต้านมทั้งสองข้าง หรืออาจปวดเพียงข้างใดข้างหนึ่ง หากมีอาการปวดรุนแรงอาจจะร้าวไปทั้งแขน และหัวไหล่ด้วย สาเหตุเพราะฮอร์โมนที่หลั่งออกมาในช่วงประจำเดือน เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติของผู้หญิงอยู่แล้ว เว้นเสียแต่ว่ามีอาการปวดที่รุนแรงมาก สามารถใช้ยาแก้ปวดธรรมดาช่วยบรรเทาอาการได้เช่นกัน

  1. อาการเจ็บปวดที่ไม่สัมพันธ์กับรอบประจำเดือน

ส่วนใหญ่จะเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบ หรือกระดูกอ่อนซี่โครงอักเสบ หรืออาจมี ถุงน้ำที่เต้านม หากเป็นถุงน้ำที่มีขนาดใหญ่ แพทย์จะเจาะออกให้ได้ ทั้งนี้หากมีอาการเจ็บบริเวณเต้านมคลำเจอก้อนแข็ง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะเข้าใจว่าเป็นมะเร็งเต้านม เพราะ อาการของมะเร็งเต้านม นั้น ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 35 ปี  เพียงแต่หาคลำเจอก้อนแข็งบริเวณเต้านม หรือมีอาการปวดลามไปถึงผิวหนังข้างนอก หรือหน้าอกข้างใน ควรพบแพทย์โดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม คุณควรตรวจสอบตัวเองอยู่อย่างสม่ำเสมอ หากคุณมีอาการเจ็บปวดบริเวณเต้านม และมีอาการเหล่านี้ร่วม ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

  • บริเวณเต้านมมีอาการบวม แดง ร้อน ไม่สามารถหาได้เอง รวมไปถึงมีแผล และอาการคันร่วม
  • เมื่อคลำดูเจอก้อนแข็ง หรือเนื้อของเต้านมที่หนาขึ้นผิดปกติ
  • มีน้ำหรือเลือดไหลออกจากหัวนม
  • เต้านมนั้นมีรูปร่างที่เปลี่ยนไปจากเดิมมาก

อาการเจ็บปวดบริเวณเต้านม นั้น เป็นอาการที่ผู้หญิงเราคงหนีไม่พ้นกันไปทั้งชีวิต เพียงแต่ถ้ารู้ถึงสาเหตุ และแก้ไขได้ทันท่วงที ก็ไม่ต้องเป็นกังวล อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือ อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ก็ห่างไกลจากโรคร้ายและอาการเจ็บปวดทั้งหมดแล้ว

โปรดระวัง อาหารก่อมะเร็งภัยร้ายใกล้ตัวที่ก่อให้เกิดโรคร้าย

รู้หรือไม่ว่าอาหารที่พวกเรารับประทานเข้าสู่ร่างกายในทุก ๆ วันนั้นอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ แถมเรายังกินมันอย่างเอร็ดอร่อยโดยที่ไม่รู้ตัวเลยอีกต่างหาก ดังนั้นเราจึงควรรู้ไว้ว่า อาหารก่อมะเร็ง นั้นมีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้ลดและหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกักนและลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็ง

รวม 10 อาหารก่อมะเร็งที่เราควรหลีกเลี่ยงให้ไกลเพื่อสุขภาพที่ปลอดภัยแข็งแรง

  1. ส้มตำปูปลาร้า อาหารโปรดของสาวๆ หลายคนที่มีส่วนประกอบของพริกแห้ง กระเทียม ที่เกิดเชื้อราได้ง่าย ปลาร้าและปูเค็มที่ไม่สามารถหาแหล่งที่มาอย่างชัดเจนได้ ไม่ทราบความสะอาดในกระบวนการการผลิต ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่จะสกปรก รวมถึงใส่สารต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ อย่างดินประสิวเป็นต้น
  2. อาหารทอดด้วยน้ำมัน ซ้ำ น้ำมันที่ผ่านความร้อนซ้ำ ๆ นั้นเป็นสารก่อมะเร็งอย่างดีให้กับร่างกายเมื่อได้รับเข้าไป ดังนั้นจึงควรเลือกซื้ออาหารทอดจากร้านที่เปลี่ยนน้ำมันเป็นประจำ
  3. อาหารปิ้งย่าง ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่างรถเข็มไปจนถึงปิ้งย่างเกาหลีในห้าง หากปิ้งจนเกรียมได้ที่ ส่วนเกรียมๆ ที่ติดสีดำสุดแสนจะอร่อยส่วนนั้นจะเป็นส่วนที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้เป็นอย่างดี
  4. แหนม ไส้กรอก หรืออาหารที่เป็นเนื้อสัตว์แปรรูปทั้งหลายที่สามารถเก็บไว้ได้นาน ๆ นั่นก็เพราะว่ามันประกอบไปด้วยสารกันบูด สารกันเสีย การแต่งรส แต่งกลิ่น ที่เพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งให้กับผู้บริโภคมากขึ้น
  5. อาหารทะเลดิบ โดยเฉพาะอาหารทะเลดิบที่ไม่สด มีการเก็บรักษาได้นานเนื่องจากใส่สารฟอร์มาลีนและปนเปื้อนสารโลหะหนัก จะทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งได้ง่ายยิ่งขึ้น
  6. สารให้ความหวานแทนน้ำตาล หนึ่งในอาหารก่อมะเร็งที่เราไม่ทันระวังและได้รับความนิยมจากกลุ่มคนรักสุขภาพในปัจจุบันอีกด้วย แต่ทราบหรือไม่ว่าร่างกายอาจกำจัดได้ไม่หมดและเหลือเป็นสารตกค้างที่เมื่อสะสมไปมากๆ จะก่อให้เกิดมะเร็งได้
  7. ของหมักดอง ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ดอง ปลาร้า หรือแม้แต่น้ำปลาผ่านการหมักมาเช่นกัน เป็นของใกล้ตัวที่เราไม่ทันระวังเมื่อทานเข้าไปมาก ๆ ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคมะเร็งมากขึ้นจากกระบวนการในการผลิต
  8. แอลกอฮอล์ ไม่เพียงแต่บุหรี่เท่านั้นที่ก่อมะเร็ง แอลกอฮอลที่ร่างกายรับไปเป้นปริมาณมากติดต่อกันนาน ๆ ก็สามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้เช่นกัน
  9. อาหารกระป๋อง อาจมีการปนเปื้อนของสารเคมีที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้
  10. อาหารแช่แข็ง ที่มีการใส่สารต่าง ๆ เพื่อให้เก็บได้เป็นเวลานาน สารเหล่านั้นจะเป็น สาเหตุที่นำไปสู่โรคมะเร็งได้

รีบเลี่ยง อาหารก่อมะเร็ง ก่อนจะสาย เป็นโรคร้ายโดยไม่รู้ตัว

โรคมะเร็งเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่ไม่มีใครต้องการเป็น ด้วยวิธีการรักษาที่ยุ่งยากแถมยังไม่รับประกันว่าจะหายหรือไม่ ยิ่งบางคนที่โชคร้ายพบมะเร็งตอนที่สายไปก็อาจจะเหลือเวลาในการใช้ชีวิตไม่มาก ดังนั้นเราจึงควรลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคดังกล่าวกับตัวเราเอง ลดอาหารก่อมะเร็งต่างๆ ก่อนที่จะแก้ไขอะไรไม่ทัน

‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ อัดคลิปชี้แจงเรื่องเงินบริจาคล่าสุด

สังคมไทยช่วงนี้ ถ้าใครไม่พูดคุยถึงเรื่องข่าวของ “ฌอน บูรณะหิรัญ” ไลฟ์โค้ช หรือ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง กรณี ดราม่าเปิดรับเงินบริจาคเพื่อช่วยดับไฟป่าที่ จ.เชียงใหม่  แต่กลับถูกทวงถามว่าเงินบริจาคหายไปไหน  เรียกว่าตกข่าวอย่างหนัก

จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม ทำให้ล่าสุด  ฌอน บูรณะหิรัญ ซึ่งหายตัวไปพักใหญ่ท่ามกลางกระแสข่าว ต้องออกมาอัดคลิปเพื่อชี้แจงเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม กรณีที่ถูกทวงถามเรื่องเงินบริจาค โดยมีเนื้อหาที่ ฌอน ได้ชี้แจงไว้ดังนี้

“เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน เกิดคำถามขึ้นจากเพจหนึ่งทางออนไลน์ เข้ามาเรื่องการบริจาค ณ เวลานั้นผมรู้สึกเป็นห่วง และมีเจตนาที่จะแสดงความบริสุทธิ์ใจ จึงได้รีบร้อนออกมาชี้แจงทางโพสต์ในเฟซบุ๊ก ”

“ ผมขออภัยในความไม่รอบคอบในการจัดการการบริจาคทั้งหมด ความหละหลวมในการนำเสนอข้อมูลในชุดแรก และรีบสื่อสารไปตั้งแต่ยังรวบรวมข้อมูลไม่ครบถ้วนดี…

…วันนั้นผมรีบร้อนอยากรีบสื่อสารให้เร็วที่สุดเพราะห่วงความรู้สึกเพื่อน ๆ ที่ไว้ใจผมและบริจาคเข้ามา จึงสื่อสารข้อมูลตัวเลขออกไปไม่ครบถ้วน ณ เวลานั้นผมไม่ได้อยู่บ้าน และไม่ทันเช็คให้รอบคอบ จึงรีบให้ทีมงานสรุปยอดเท่าที่มีใบเสร็จที่รวบรวมไว้และยืนยันได้ ณ เวลานั้น โดยได้แจ้งในเพจไปว่ายอดบริจาค 875,741.53 บาท แต่ที่จริงยอดนั้นคือยอดที่ได้ใช้ไปโดยรวมจากใบเสร็จในขณะนั้น (มีการใช้คำผิด) ภายหลังเมื่อตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนก็พบว่ามียอดที่ใช้ไปตามใบเสร็จทั้งสิ้น 991,541.36 บาท และในบัญชีนี้มีเงินเข้ามาในช่วงเวลาที่รับบริจาคทั้งสิ้น เป็นเงิน 1,338,644.01 บาท

“ ในทันทีที่ทราบว่ามีข้อมูลตกหล่น จึงคิดว่าควรมีหน่วยงานกลาง ที่เชื่อถือได้มาตรวจสอบในวันที่ 29 มิ.ย. ผมรีบยื่นจดหมายถึงหน่วยงานใน จังหวัดเชียงใหม่ ขอความอนุเคราะห์ให้จัดทีมเข้ามาตรวจสอบ Statement บัญชีที่รับบริจาคและบัญชีอื่นๆ รวมทั้งใบเสร็จ…

…ผมได้แสดงหลักฐานทั้งหมด ต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่จังหวัดเชียงใหม่ แสดงให้เห็นว่าผมไม่ได้นำเงินส่วนใดไปใช้เรื่องส่วนตัวเลยทั้งนี้ มีผู้บริจาคที่ขอเงินคืน 2 ราย ได้ดำเนินการคืนเงินแล้ว รายละ 100 และ 200 บาท จำนวนรวม 300 บาท” 

“จากการที่ผมไม่รอบคอบ คิดไม่ถี่ถ้วนในการจัดการเงินบริจาค ผมขอน้อมรับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ และสื่อต่างๆ ที่ปรารถนาดี ผมขอแสดงความรับผิดชอบโดยจะรวบรวมเงินบริจาคทั้งหมดทุกบาททุกสตางค์ ส่งมอบให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือเรื่องไฟป่าต่อไป จำนวนเงินดังนี้

ยอดบริจาค(ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม – 30 เมษายน)
การโอนเข้าจำนวน 5,974 ครั้ง Statement 167 แผ่น
เป็นจำนวนเงิน 1,338,644.01 บาท

.                       “ เงินอีกส่วนที่เข้ามาในบัญชีบริษัท และบัญชีส่วนตัว จำนวน 41 ครั้ง เป็นยอดรวม 3,501.95 บาท ซึ่งเราสันนิษฐานว่า อาจเป็นเงินที่ผู้โอนมีเจตนาเพื่อร่วมบริจาค”

“ เงินที่เข้ามาหลังจากปิดบริจาคหลังจากวันที่ 1 พ.ค. ถึง 28 มิถุนายน มีผู้โอน

เข้ามาอีก 50 ครั้ง เป็นยอดรวม 4,189.92 บาท

“เงินที่เข้ามาหลังจากปิดบริจาคหลังจากวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม มีผู้

โอนเข้ามาอีก 49 ครั้ง เป็นยอดรวม 551.85 บาท รวมจำนวนทั้งหมดหลังจากนำเลขบัญชีออกจาก Post รับบริจาค 4,741.77 บาท”

รวมจำนวนเงินทั้งหมดที่จะส่งมอบ 1,346,887.73 บาท เมื่อได้ส่งมอบให้แก่

หน่วยงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ผมจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป”

“อย่างไรก็ตาม ไม่มีวันไหนที่ผมจะไม่คิด และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมขอโทษที่ทำให้ครอบครัว เพื่อนๆ และแฟนๆ ต้องเป็นห่วงผม และรู้สึกกังวลกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมขอโทษในการสื่อสารทุกๆอย่างที่มันไม่ถูกต้องและเหมาะสม และก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดี และขอขอบคุณทุกๆคำติชม คำวิจารณ์ในทุกมุมจากสังคม จากสื่อ รวมถึงกำลังใจของทุกคน ในช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดในชีวิตของผม ผมได้รับกำลังใจ และผมจะจดจำเป็นบทเรียนในสิ่งที่ผมพลาดไป ผมจะไม่ทำผิดซ้ำเดิมอีกครั้ง ผมจะไม่หมดกำลังใจ ผมจะไม่ทิ้งความตั้งใจ ซึ่งผมทำคนเดียวคงไม่สำเร็จ พลังของเพื่อนๆ เป็นพลังที่สำคัญของผม ทุกเสียงด่า เสียงติ เสียงชม มีความหมายต่อผม ให้ผมได้เรียนรู้ชีวิต ว่าผมจะต้องใช้ชีวิตด้วยความระวัง และมีสติต่อไป ขอบคุณครับ”

แต่ถึงแม้ว่า “ฌอน” จะได้ออกมาชี้แจงทางคลิปไปแล้ว  แต่สังคมก็ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องของการเดินบัญชีอีกหลายประการ รวมทั้งผุ้ใหญ่ของบ้านเมืองที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเชียงใหม่ก็ยังคงต้องการคำตอบของ ฌอนตอบไม่ตรงประเด็น อีกหลายข้อ  เรียกว่าข่าวนี้คงยืดเยื้อต่อเนื่องเป็นมหากาพย์อย่างแน่นอน